
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) แจ็ก วิลเชียร์ อดีตกองกลางของอาร์เซนอล ได้กล่าวในรายการของ talkSPORT ถึงสถานการณ์ของสองดาวรุ่งอย่าง อีธาน เอ็นวาเนรี และ แม็กซ์ โดว์แมน โดยเขาเชื่อว่าการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นที่กำลังจะถึงนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินอนาคตและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งคู่
วิลเชียร์กล่าวว่า "ผมคิดว่าสถานการณ์ของทั้งสองคนนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากเอ็นวาเนรีมีอายุมากกว่าเล็กน้อย และมีโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่มากกว่าเมื่อเทียบกับโดว์แมน ส่วนโดว์แมนยังคงอยู่ในช่วงพยายามหาทางก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งเท่าที่ผมทราบ เขายังไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเลย แม้ผมจะรู้ว่าเขาเคยลงเป็นตัวจริงในเกมเอฟเอคัพมาบ้างแล้วก็ตาม"
"ตอนนี้เขาฟยังอยู่ในช่วงของ 'การลงสนามเป็นตัวสำรองและสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ' แต่การจะเปลี่ยนฟอร์มแบบนั้นให้กลายเป็นตำแหน่งตัวจริงถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ผมมั่นใจว่าในที่สุดเขาจะทำได้ เพราะเขายังอายุน้อยมาก บอกตามตรงว่าตอนที่ผมคุมทีมชุด U18 ผมไม่เคยเห็นนักเตะคนไหนที่มีพรสวรรค์ล้นเหลือเท่าเขามาก่อน ทั้งทักษะและความสามารถในการพลิกเกมด้วยตัวคนเดียว มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก"
จากนั้น วิลเชียร์ได้กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของเอ็นวาเนรีที่เลือกไปหาประสบการณ์ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส พร้อมอธิบายว่านักเตะทั้งสองจะสร้างความประทับใจให้ผู้จัดการทีมในช่วงต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างไร โดยเขากล่าวเสริมว่า "ปัจจุบันสถานะของเอ็นวาเนรีในทีมค่อนข้างมั่นคง ก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายร้องขอเพื่อย้ายออกไปแบบยืมตัว เพราะต้องการโอกาสในการลงสนามจริงมากขึ้น"
"แม้ว่าประสบการณ์ในช่วงยืมตัวครั้งนั้นอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังนัก แต่เขาได้รับบทเรียนมากมายเกี่ยวกับฟุตบอลอาชีพที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มาร์กเซย เขาได้เรียนรู้มากกว่าแค่เรื่องฟุตบอล เขาได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหลงใหลของแฟนบอลท้องถิ่น รวมถึงความคาดหวังและข้อเรียกร้องที่สูงมากที่พวกเขามีต่อทีม ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง"
"ในมุมมองของผม ช่วงปรีซีซั่นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเขาทั้งคู่ ในฐานะที่ผมเคยเป็นนักเตะดาวรุ่งมาก่อน ตอนนั้นผมก็คิดแบบเดียวกันว่า ทุกครั้งที่ช่วงปรีซีซั่นหรือช่วงปิดฤดูกาลมาถึง คุณต้องทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างสุดกำลัง เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อกลับมารวมตัวกับทีม คุณจะมีความพร้อมที่เหนือกว่าคนอื่นๆ"
"ในช่วงปรีซีซั่น นักเตะทุกคนจะได้รับโอกาส และเวลาในการลงสนามจะถูกแบ่งอย่างทั่วถึง กุญแจสำคัญลำดับถัดไปคือ พวกเขาจะสามารถแสดงศักยภาพให้ มิเกล อาร์เตตา เห็นได้อย่างเต็มที่หรือไม่ เพื่อที่จะแย่งชิงพื้นที่ในทีมมาให้ได้ นี่เป็นความท้าทายที่ยากลำบากอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าทีมมีความคาดหวังที่จะลุ้นแชมป์ ซึ่งความคาดหวังจากภายนอกที่มีต่อตัวนักเตะย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย"
"พวกเขาทั้งคู่มีศักยภาพที่จะไปถึงจุดหมายนั้นได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพยายามและจังหวะชีวิตของพวกเขาเอง"