
สถิติในช่วงหลังของทัพ "หงส์แดง" ชี้ให้เห็นว่า เกมการแข่งขัน 10 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ มีถึง 8 นัดที่มีการทำประตูเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก นอกจากนี้ หากดูผลงานการลงเล่นในแอนฟิลด์ 10 นัดหลังสุดในฤดูกาลนี้ เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน จะมีโอกาสเก็บชัยชนะในบ้านได้สูงถึง 85%
อย่างไรก็ตาม สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ลิเวอร์พูลยังตกเป็นรอง โดยเอาชนะได้ 2 นัด และแพ้ไป 3 นัด (ยิงได้ 5 เสีย 7 ประตู) แถมยังเป็นการพ่ายแพ้ต่อเปแอสเชมา 2 นัดติดต่อกันแล้ว ข่าวดีสำหรับนัดนี้คือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง
กระนั้น สถานการณ์ของทีมถือว่าค่อนข้างวิกฤต หลังบุกไปพ่ายในนัดแรกถึง 0-2 การกลับมาเล่นในบ้านครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความกดดันและภารกิจที่หนักอึ้ง หากมองผลงานในแชมเปียนส์ลีก 10 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะ 6 แพ้ 4 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ฟอร์มช่วงหลังเริ่มมีสะดุด โดยพ่ายไปถึง 2 จาก 3 นัดหลังสุดในถ้วยยุโรป แม้เกมรุก 6 นัดหลังสุดจะดุดันยิงไปถึง 14 ประตู และแนวรับเสียเพียง 3 ประตู แต่เกมนี้ทีมจะหมดสิทธิ์ใช้งานผู้เล่นหลายราย ได้แก่ เคอร์ติส โจนส์, อลีสซง เบ็คเกอร์, วาตารุ เอนโด, คอเนอร์ แบรดลีย์ และ เลโอนี่ ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อขุมกำลังของทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความพร้อมของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ทางฝั่งของทีมเยือน เปแอสเช มีสถิติที่น่าสนใจคือ 10 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ มีประตูเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกครบทั้ง 10 นัด ส่วนฟอร์มในแชมเปียนส์ลีก 10 นัดหลังสุด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเก็บชัยชนะได้ 5 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้เพียง 2 นัด ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขายังรักษาสถิติไร้พ่ายมาแล้วถึง 6 นัดติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาและโมเมนตัมที่ดีเยี่ยม
ในส่วนของเกมรุกบนเวทียุโรป 6 นัดหลังสุด เปแอสเชยิงไปได้ถึง 16 ประตู และเสีย 7 ประตู โดยมีทีเด็ดจาก ควิชา ควารัตสเคเลีย* ที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ทำประตูในแชมเปียนส์ลีกมาได้ 4 นัดติดต่อกัน นอกจากนี้ทีมยังค่อนข้างได้เปรียบเรื่องโปรแกรมการแข่งขันที่ลงตัว ทว่าจุดที่ต้องระวังคือ สถิติการเล่นเป็นทีมเยือน 10 นัดหลังสุดในฤดูกาลนี้ หากพวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งไปก่อน ทีมมีโอกาสพ่ายแพ้และเสียคะแนนกลับบ้านถึง 100%
บทวิเคราะห์
เมื่อเทียบขุมกำลังโดยรวม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถือว่าดูเหนือกว่าลิเวอร์พูล และยังกุมความได้เปรียบจากชัยชนะในนัดแรกเอาไว้ได้ แม้ทิศทางความน่าจะเป็นของเกมนี้อาจไม่ได้เทไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งอย่างชัดเจนนัก แต่ด้วยข้อได้เปรียบจากการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ จึงมองว่า "ลิเวอร์พูล" มีโอกาสมากกว่าที่จะเบียดเก็บชัยชนะในนัดนี้ได้ (แม้จะต้องลุ้นเหนื่อยเรื่องผลสกอร์รวมเพื่อเข้ารอบต่อไป)